10 พฤษภาคม 2552


ผู้ป่วยเด็กที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลส่วนใหญ่เจ็บป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ หอบหืด ปอดบวม หลอดลมอักเสบ และยังพบว่าผู้ป่วยที่มีการเจ็บป่วยอื่น ๆ มักเกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ ทั้งนี้เนื่องจากผู้ป่วยเด็กมีสรีรวิทยาของระบบหายใจที่ยังไม่สมบูรณ์แตกต่างจากผู้ใหญ่ ทำให้ความเสี่ยงต่อการเกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจได้ง่าย สถิติหอผู้ป่วยกุมารเวชกรรม 2 โรงพยาบาลสกลนคร ปี 2550 มีจำนวนผู้ป่วยเข้ารับการรักษาด้วยโรคหอบหืดจำนวน 71 ปี 2551 มีจำนวน 69 ราย สถิติผู้ป่วยกลับมารักษาซ้ำ ปี 2550 จำนวน4 ปี 2551 จำนวน6 ราย ผู้ป่วยเด็กที่มีปัญหาระบบหายใจส่งผลต่อคุณภาพชีวิต การเจริญเติบโตและพัฒนาการ อีกทั้งยังพบว่า ส่วนหนึ่งต้องเจ็บป่วยเรื้อรัง ต้องการการฟื้นฟูสมรรถภาพปอดและการดูแลต่อเนื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษา จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ผู้จัดทำตระหนักถึงความสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยเด็กหอบหืด จึงได้สนใจที่จะศึกษาและเป็นโอกาสพัฒนาคุณภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยหอบหืด โดยเน้นที่กลุ่มผู้ป่วยเด็กอายุ 1 เดือน ถึง 5 ปี ที่เข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยกุมารเวชกรรม 2 เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพอันจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตให้เด็กมีการเจริญเติบโตและพัฒนาการสมวัยเป็นประชากรที่มี คุณภาพของประเทศต่อไป
วิธีการดำเนินงาน
1. รวบรวมข้อมูลผู้ป่วยเข้ารับการรักษาแต่ละปี
2. รวบรวมข้อมูล ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาซ้ำ ( Readmitted )
3. เลือกครอบครัวที่มีผู้ป่วยเด็กหอบหืด ในช่วงอายุ 1 เดือน – 5 ปี ที่เคยเข้ารับการรักษาในประจำหอผู้ป่วยกุมารเวชกรรม 2
4. จัดทำแบบสอบถามเพื่อประเมินความรู้ในการดูแลผู้ป่วยเด็กหอบหืด
5. ให้ความรู้โดยวิธีการสอน บรรยาย สาธิตแก่ผู้ดูแล
ขั้นดำเนินการ
1. สร้างเครื่องมือ (แบบทดสอบ)
2. ให้ทำแบบทดสอบ Pretest
3. ผู้จัดทำเป็นผู้บรรยาย สอน สาธิตวิธีการพ่นยา และแนะนำการปฏิบัติตัว การดูแลทั้งขณะอยู่บ้านและ เข้ารับการรักษา แนะนำร่วมกับการเปิดวีดีทัศน์
4. ทบทวนความรู้เกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยหอบหืดที่ได้รับชมรับฟัง ทั้งขณะเข้ารับการรักษา และ
การปฏิบัติตัวเมื่อกลับบ้าน ตามประเด็นสำคัญ เปิดโอกาสให้ซักถาม
5. ให้ทำแบบทดสอบ Posttest และแบบสอบถามความพึงพอใจรวมถึงแสดงความคิดเห็น
6. เจ้าหน้าที่สรุปผลคะแนน / แจ้งให้ทราบ มอบรางวัลแก่ครอบครัวที่ทำได้ดีที่สุด
7. กล่าวขอบคุณ ชื่นชม กำลังใจ แก่ทุกครอบครัวในการปฏิบัติตัวให้ถูกต้องตามคำแนะนำขณะอยู่โรงพยาบาลและเมื่อกลับบ้าน
8. แจกคู่มือการปฏิบัติตัวการดูแลผู้ป่วยหอบหืด
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1. ผู้ป่วยและผู้ดูแลมีสัมพันธภาพที่ดี เมื่อได้เข้าร่วมกิจกรรม
2. ผู้ให้บริการและผู้รับบริการมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน เชื่อมั่นในการรับบริการมากขึ้น
3. ผู้ป่วยให้ความร่วมมือในการรับการรักษา ผู้ดูแลปฏิบัติได้ถูกต้องและมีความสุขในการดูแลผู้ป่วย
4. ผู้ดูแลตระหนักถึงความสำคัญ มีความรู้ทักษะ ในการดูแลผู้ป่วยหอบหืดอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม
5. คะแนนความพึงพอใจในบริการ 80 % ขึ้นไป
6. ความสำคัญในหมู่คณะของบุคลากรทุกระดับของหอผู้ป่วยกุมารเวชกรรม 2 และความมุ่งมั่นในการสร้างคุณภาพการทำงาน ได้มีการเชื่อมโยง และชักจูงให้มาร่วมพัฒนางานดูแลผู้ป่วยหอบหืดให้โดดเด่น และเป็นตัวอย่างที่ดีจึงเกิดความสำเร็จได้
7. ผู้ป่วยไม่มีการกลับมารักษาซ้ำ ภายใน 28 วัน จากการปฏิบัติตัวไม่ถูกต้องของผู้ดูแล
ตัวชี้วัดความสำเร็จ
1. คะแนนการตอบแบบสอบถาม 80% ขึ้นไป
2. อัตราการกลับมารักษาซ้ำจากการปฏิบัติตัวไม่ถูกต้องของผู้ดูแล 0 %
3. คะแนนความพึงพอใจในการให้ความรู้ 80 % ขึ้นไป
4. เจ้าหน้าที่มีความสุขในการทำงานและคะแนนประเมินบรรยากาศองค์กร 80% ขึ้นไป
ข้อเสนอแนวคิดเพื่อพัฒนางาน / วิธีการปรับปรุงงาน
การจำหน่ายผู้ป่วยหอบหืดที่จะสมบูรณ์น่าจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน คือ ความพร้อมการจำหน่ายของเจ้าหน้าที่ ผู้ป่วยและสภาพจิตใจร่างกายและการรับรู้ของครอบครัว หากมีการวางแผนจำหน่ายตั้งแต่แรกรับ และสร้างความคุ้นเคยกับกิจกรรมที่ได้ปฏิบัติให้คล้ายคลึงและทำให้กิจวัตรตั้งแต่อยู่โรงพยาบาลก็จะดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนผลให้การปฏิบัติให้ถูกต้องและได้มีการกลับมารักษาซ้ำในโรงพยาบาล โดยไม่ได้รับคำแนะนำ หากมีการพัฒนาการวางแผนการจำหน่ายอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ก่อนที่จะทำให้การจำหน่ายมีความครอบคลุมและทั่วถึงมากขึ้น โดยเพิ่มบุคลากรและจัดสรรงานอย่างลงตัวพัฒนาทักษะของบุคลากรให้มีความรู้และมุ่งมั่นในการพัฒนามากกว่าเดิม ส่งให้เห็นถึงคุณภาพในการดูแลของเจ้าหน้าที่หอผู้ป่วยกุมารเวชกรรม 2 ได้เป็นอย่างดี

3 ความคิดเห็น:

สูติกรรม กล่าวว่า...

ดีแล้วค่ะ ถ้าเน้นประเด็นสำคัญจำทำให้น่าอ่านกว่านี้

สูติกรรม กล่าวว่า...

ดีแล้วค่ะ ถ้าเน้นประเด็นสำคัญให้ชัดจะน่าอ่านกว่านี้อีกค่ะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

อันที่เขี้ยนมานี้แค่การสร้างภาพ เจาะเข็มเด็กๆ ดูดสเลดเด็ก บางคนแทบขาดใจตายเพราะพยาบาลชั้นต่ำๆ คนที่ดีก็มีนะ แต่แค่คนสองคน เงินเดินที่พวกคุณชื้อข้าวชื้อน้ำให้สามี ให้ลูกของคุณก็มาจากเงินภาษีประชาชนทั้งนั้น ถึงแม้ว่าประชาชนจะยากดีมีจนก็ไม่ควรดูถูกเพราะเขาก็เป็นคนเหมื่อนกับที่คุณเป็นนั้นและ แคร์ความรู้สึกคนที่เป็นพ่อเป็นแม่บ้าง พามาโรงพยาบาลเหมื่อนพาลูกตัวเองมาทรมานยังไงก็ไม่รู้ มีหลักฐานวีดีโอการดูดสเลดให้เด็ก เพื่อแสดงให้เห็นถึงการไม่มีประสบการณืของพยาบาลคนนี้